หายไปนาน เลยนะครับ…เนื่องจากผมติดภาระกิจหลายอย่างเหลือเกินไม่ได้ใช้เน็ตเป็น เดือน ส่วนไปทำอะไรมาบ้างนั้นผมจะทยอยลงใน blog นี้นะครับ
ช่วงนี้ อากาศที่เชียงรายเย็นมาก หนุ่มหน้ามนคนเชียงรายอย่างผมกะว่าจะส่ง sms ไปให้พี่โน๊ต อุดม ว่า “เชียงรายหนาวมาก” ซะหน่อย แต่เสียดายที่ผมไม่รู้เบอร์โทรแกอ่ะดิ
พูดถึงพี่โน๊ต อุดม แล้ว ก็เป็นที่น่าเสียดายเหลือเกินที่ผมไม่สามารถไปดูเดี่ยว 8 ได้ เพราะแค่วันที่สอง บัตรก็เต็มทุกรอบซะ…แร้ว เหอๆ แต่มาคิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน เศรษฐกิจแบบนี้ ประหยัดเงินในกระเป๋าไว้ก่อนดีกว่า ไว้รอดูบันทึกการแสดงเอาก็ได้เนอะ….แต่ถ้าพี่โน๊ตใจดี ให้ตั๋วผีกับผมซัก 2 ใบก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ได้ดูแบบสดๆ คงได้อารมณ์พิลึก ฮา ฮา ฮา
สำหรับบทความในวันนี้ก็จะเป็นการประเดิมในหมวดของ My Travel ผมเป็นหนุ่มเชียงราย ก็ไม่พ้นการท้าทายลมหนาว และดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ณ “ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย” ด้วยเหตุผลคือ เดินทางสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย ว่าแล้วก็ตามกระผมมาได้เลยครับ…พี่น้อง
การเดินทางไป “ภูชี้ฟ้า” สามารถไปได้หลายทางมากครับ รีสอร์ท ที่พักก็มีให้เลือกนอนกันหลากหลายทีเดียว ไป search ใน google ดูเอาเองนะครับ แค่พิมพ์ว่า “ภูชี้ฟ้า” ก็มีให้เลือกเพียบเลย ถ้าเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายก็ง่ายๆครับ ขึ้นรถโดยสาร คนละประมาณ 150 บาทได้ที่สถานีขนส่ง จ.เชียงราย ที่เก่า ที่อยู่ในตัวเมืองเชียงราย (ย้ำนะครับที่เก่าไม่ใช่ที่ใหม่) แต่ถ้าจะให้สะดวกแล้วล่ะก็เช่ารถยนต์เอาก็ได้ครับ อยากไปไหนก็ได้ตามใจเราเลย ราคาก็ประมาณ 1,000 – 1,500 บาทต่อวัน ไม่รวมค่าน้ำมันครับ แล้วแต่ร้าน และสภาพรถนะครับ ถ้าหาไม่ได้ก็ contact ผมได้ อิ อิ ราคาไม่เกินที่ผมบอกไว้หรอก
การเดินทางของผมก็แน่นอนครับเราเช่ารถยนต์ไปกัน เพราะรถยนต์ที่บ้านไม่ว่าง และอายุก็มากโข คงขึ้นดอยไม่ไหว และที่สำคัญที่สุดก็อย่าลืมพกพาหวานใจของคุณหรือคนที่คุณรักหรือเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยนะ เพราะบนนั้นบรรยากาศมันน่า…มากมาย ผลพลอยได้อีกอย่างคือช่วยแชร์ค่าใช้จ่ายกันด้วยไง
เริ่มต้นการเดินทางที่สี่แยกแม่กรณ์ ถ้าไม่รู้จักก็ถามคนเชียงรายคนไหนก็ได้ครับ มีน้ำใจกันทุกคนแหละ พวกเราเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1020 (สายเชียงราย – เทิง) ไม่ต้องกลัวจะหลงนะครับ มีป้ายบอกตลอดทาง แต่ก็ต้องระวังการไปผิดทางด้วย เนื่องจากจุดชมวิวของภูชี้ฟ้าสามารถขึ้นได้ 2 ทาง ได้แก่
1. ขึ้นจากหมู่บ้านร่มฟ้าไทย (ด้านหน่วยบริการนักท่องเที่ยว วนอุทยานภูชี้ฟ้า)
2. ขึ้นทางหมู่บ้านร่มฟ้าทอง (ด้านหน่วยจัดการต้นน้ำฯและศูนย์ศิลปะชีพ ตำหนักทรงงาน)
*ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ว่า ที่พักหรือรีสอร์ทที่จองไว้มันอยู่ฝั่งร่มฟ้าทองหรือร่มฟ้าไทย ยังไงทางรีสอร์ทเค้าก็จะอำนวยความสะดวกให้อีกที ไม่ต้องห่วงครับ
พวกผมไปถึงที่พักราวๆทุ่มกว่าๆได้ เพราะแวะกินข้าวกันก่อน แต่พอไปถึงทางรีสอร์ทแจ้งว่าราคาที่พักนี้รวมอาหารเย็นและอาหารเช้าด้วย (พวกเราจองที่พักแบบนอนเต้นท์กันครับ ราคาคิดคนละ 500 บาทเท่านั้น รวมอาหารด้วยแบบนี้ผมว่าถูกมากทีเดียว)…อ้าว อย่างผมรึจะยอมขาดทุน ขอชิมอาหารบนบรรยากาศหนาวๆหน่อยเหอะ ผมกับเพื่อนๆเฮฮาสังสรรค์กันนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันไปนอนหลับก็ประมาณ 5 ทุ่ม เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า และออกจากที่พักราวๆ ตี 4 ครึ่ง ทางอุทยานห้ามเรานำรถยนต์ขับขึ้นไปครับ เราต้องขับไปที่ลานจอดรถ และนั่งรถยนต์โดยสารคนละ 40 บาทไป-กลับ แต่ยังไม่ถึงนะครับ พวกเราต้องเดินต่อไปอีกราวๆ 7 – 800 เมตร ก็จะไปถึงยอดภูชี้ฟ้าครับ

ในวันที่ผมไปเนี่ย คนมาเที่ยวเยอะมากครับ แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย และฝ่าความหนาวเย็น ผมก็มีภาพสวยๆมาให้เพื่อนๆได้ดูกัน กระตุ้นความกระสันน้ำลายหกอยากมาเที่ยวเชียงรายท้าลมหนาวให้เย็นไปจนสุดขั้วหัวใจ..ซี๊ดๆนิดๆหน่อยๆพอครับ ถ้าให้ดูเยอะกว่านี้ เด๋ว..ก็ไม่อยากมากันพอดี มาพิสูจน์ด้วยตาของคุณเองดีกว่า..จริงมั้ย
เห็นมั้ยครับว่า การพกพาหวานใจหรือเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อมาด้วยมันดีอย่างไร แก้หนาวได้ดีนักแล ฮา ฮา ฮา แปลกเหมือนกันนะครับที่คนเป็นพันๆคนมารอดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าด้วยกัน ทั้งๆที่อากาศก็แสนจะหนาวเหน็บขนาดนี้
ท้ายนี้ขอขอบคุณสปอนเซอร์ทั้งหลายที่ให้โอกาสผมได้มาเที่ยวสำราญอารมณ์ในครานี้ ได้แก่ บัตรเครดิตธนาคารที่ผมเป็นหนี้อยู่ เพื่อนๆร่วมเดินทางของผมทุกคนทุกท่าน และที่ขาดไม่ได้เพื่อนๆที่ทนผมละเมอให้ฟังทุกคนจนจบ
แล้วเจอกันใหม่ในบทความต่อไป…สวัสดีเจ๊า

