สวัสดีครับ…..
วันนี้ผมก็ขออนุญาตแนะนำเครื่องมือทางอินเตอร์เน็ตได้แก่ Facebook, Twitter, Youtube และ RSS ดังที่ทุกท่านเห็นเป็น Icon รูปก้อนเมฆ ด้านขวาบนของเวบ Rain IT ซึ่งผมเดาว่าหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากไอ้ 4 ตัวที่ผมอุตส่าห์เอามาแปะไว้ในเวบผมได้ยังไง แถมด้วยมิวสิคนิดหน่อย ฟังไป อ่านไปก็ได้ครับ อิ อิ
บทความนี้จะเป็นตัวที่ตอบคำถามทุกท่านที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ใช้ยังไง ทำไมต้องใช้ ใครต้องใช้บ้าง แล้วจำเป็นต้องใช้ทุกอันหรือเปล่า วันนี้ผมจะแถลงเป็นตัวๆไปเลย ว่าแล้วจะรอช้าอยู่ใย….ตามผมมากันเลยครับ….
มาเริ่มกันที่ตัวแรกครับ Facebook ชาวโลกไซเบอร์คงไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook.com สำหรับท่านที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร สมัครยังไง ผมไม่ขออธิบายตรงนี้นะครับ เพราะมันนอกประเด็น แล้วผมเห็นว่ามีหลายเวบก็ได้นำเสนอไปบ้างแล้ว อ่านประวัติ facebook ฟังก์ชั่นหรือความสามารถที่ผมนำมาใช้สำหรับเวบ Rain IT ก็คือในส่วนของ Fan Page วิธีการทำก็ไม่ยากครับ ก็ไปที่ facebook.com มองลงไปที่ใต้ปุ่ม “Sign up” สีเขียวๆ ภาษาไทยจะเขียนว่า “ลงทะเบียน” ท่านจะเห็น link ที่เขียนว่า “Create a Page for a celebrity, band or business.” ถ้าเป็นภาษาไทยก็จะเขียนว่า”สร้าง หน้าใหม่เพื่อเหล่าคนดัง วงดนตรี หรือแม้แต่ธุรกิจ” ซึ่ง facebook นั้นรองรับหลายภาษามากครับ ใครถนัดหรืออยากใช้ภาษาอะไรใน Facebook ก็เลือกเอาได้เลย ผมขอเรียกหน้าที่เราสร้างขึ้นใหม่นี้ว่า Fan Page นะครับ ลองคลิกไปดูในส่วนของ Fan Page ของผมดูประกอบด้วยก็ได้ครับ ในส่วนของ Fan Page นี้ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆจากองค์กร ห้างร้าน และบริษ้ทเป็นอย่างมาก เพราะมันช่วยให้ธุรกิจต่างๆสามารถประชาสัมพันธ์หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับลูกค้าของเค้าได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นในหน้า Fan Page ของ Rain IT คุณจะเห็นแท็บหลักๆ 5 อันได้แก่
- กระดานข้อความ อันนี้เราก็เอาไว้บ่นๆหรือประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นของธุรกิจ ซึ่งเราสามารถใส่ รูปภาพ วิดีโอ ได้ด้วย
- ข้อมูล อันนี้จะเป็นการระบุในส่วนข้อมูลทั่วไปของกิจการหรือธุรกิจ
- รูปภาพ เอาไว้แสดงรูปภาพที่เราอัพโหลดไปเก็บไว้ใน Facebook
- เวบบอร์ด อันนี้ผมชอบมาก เพราะเสมือนว่า เรามีเวบบอร์ดเอาไว้ให้คนที่เป็นลูกค้าของเราเข้ามาถาม-ตอบกันได้สะดวก เราก็ตั้งหัวข้อไว้ให้คนเข้ามาโพสถาม ซึ่งจะคล้ายๆเวบบอร์ดทั่วไป แต่ทันทีที่มีคนมาโพส Facebook จะแจ้งให้เราทราบทาง email เลย ทำให้เราเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือตอบคำถามได้ทันใจ
- บทวิจารณ์ อันนี้ผมยังไม่ขอเสนอในวันนี้แบบว่า….กั้กไว้ก่อน 555
สำหรับคู่แข่งของ Facebook ในเมืองไทยก็เห็นจะเป็น Hi5 แต่ผมว่า Hi5 มันออกจะเป็นแนววัยรุ่นไปหน่อย คนละกลุ่มเป้าหมาย Facebook จะเหมาะมากกับคนทำงานอย่างเราๆ อีกอย่างนึงถ้าคุณลองเหลือบๆไปทางด้านขวา คุณจะเห็นคอลัมยาวๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่โฆษณานะครับ ใครอยากโฆษณาก็ทำได้ แต่เสียเงินนะ ผลที่ได้เหรอก็ลองคิดดูเล่นๆว่า “ทุกคนที่เล่น Facebook” จะเห็นโฆษณาของคุณ แล้วไอ้คนที่ใช้ Facebook เนี่ยก็มีเป็นล้านๆคนครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายคนอาจจะยังนึกภาพไม่ออก เอาอย่างงี้ครับ
สรุปง่ายๆว่าเวบ Rain IT ใช้ประโยชน์อะไรบ้างจาก Facebook
- เอาประชาสัมพันธ์เวบ Rain IT
- ทำให้ผมรู้ว่าเวบของผมมีใครที่ติดตามอยู่บ้าง ซึ่งของผมตอนนี้มีแฟนแค่ 4 คนเองที่ลงชื่อไว้ ยังไม่ติดฝุ่น…อิ อิ
- เวบบอร์ดก็เอาไว้ตอบคำถาม หรือสร้างชุมชนออนไลน์เล็กๆเอาไว้พูดคุยในเรื่องเดียวกัน โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อ ถ้าสงสัยก็เข้าไปดูได้ แต่จะโพสได้ คุณต้องเป็นสมาชิกของ Facebook ก่อนนะครับ
ก็กระจ่างกันไปพอสมควรนะครับกับคนที่ยังไม่รู้ ยังไงก็ติดตามตอน 2 ซึ่งเราจะมาว่าด้วยเรื่องของ Twitter กัน…วันนี้ก็สวัสดีครับ





